มิ.ย.17

ลูกชายม.6 ติดเกมมาก

เรื่องลูกติดเกมเป็ยความผิดของแม่เอง เมื่อก่อนตอนลูกอยู่ชั้นประถม จะบ้างานมาก โดยให้ลูกพี่ลูกน้องช่วยไปรับที่่ รร. และ อยู่เล่นกับหลาน (ลูกของลูกพี่ลูกน้อง) ลูกชายจะเป็นเด็กที่โตที่สุด แต่หลานชายกลับมีความเป็นผู้นำมากกว่า (อาจเป็นเพราะบ้านเค้าเป็นทหารมีบริวารเยอะ) ลูกจะติดเกม PlayStation ซึ่งเล่นกับหลานชายมาก เป็นอย่างนี้จนลูกอยู่ ป.5 จึงลาออกจากงาน ทุ่มเวลา24ชม. ให้กับลูกๆเต็มที่ เราสนิทกันมาก กอด หอม พูดคุยกันทุกวัน มีอะไรก็เล่าให้กันฟังเสมอ การเารียนก็ดีขึ้นบ้าง และจำกัดเวลาให้ลูกเล่นกันวันละ2ชม. ซึ่งไม่ได้เล่นเกม PlayStation แล้ว แต่มาเล่นเกมออนไลน์แทน >> PB  ,12Tails , Blackfire เป็นต้น ขณะนี้ GPA ต่ำกว่า 2.00 ตอนเย็นก็เรียนพิเศษที่ รร. เลิก5โมง หลังจากเรียนเสร็จก็จะตีแบตกับแม่ น้องสาว แล้วก็เพื่อน แต่พอกลับบ้านก็จะวิ่งเข้าหาคอม คุณแม่เคยล็อคคอมแล้ว  ปรากฎว่า ก้าวร้าว โมโห ปิดประตูดัง กลายเป็นคนละคน ยิ่งช่วงนี้ต้องท่องหนังสือสอบ เข้ามหาวิทยาลัย เพื่อนสนิทที่เป็นเด็กเรียน ชวนให้สมัครสอบด้วยกันเสมอ แต่ลูกกลับไม่สนใจท่องหนังสือเลย  บอกว่าจะเข้ามหาลัยเอกชนก็ได้ แต่คุณแม่ก็ได้อธิบายแล้วว่า ถึงอยู่มหาลัยเอกชน ถ้า GPA ไม่ถึง 2.00 ก็จะโดน retire อยู่ดี ลูกก็ยังไม่สนใจ ลูกเป็นเด็กมีจิตใจดี  มีความประพฤติดี คุณครุที่ รร. ยังแปลกใจเลยว่า ทำไมเกรดลูกถึงแย่ ทั้งๆที่ไม่ได้อยู่ในกลุ่มเด็กเกเรเลย และ น้องสาวกลับมีผลการเรียนที่ดีมาก และมีความรับผิดชอบสูง จะทำยังไงดีคะ? คุณแม่ร้องไห้เกือบทุกวันเลยย (ลูกชายไม่ถูกกับคุณพ่อคะ เพราะคุณพ่อชอบตีตอนเด็กๆ  ตอนที่คุณแม่ยังทำงาน เพราะตอนนั้น คุณแม่ต้องทำงานวันเสาร์ด้วย และ คุณพ่อก็ไปมีบ้านอื่น เพิ่งกลับมาอยู่กับพวกเราได้3ปี แต่อยู่ก็เหมือนไม่อยู่ เพราะ คุณพ่อเป็นคนรักสันโดษ มีโลกส่วนตัวสูง และคุณพ่อก็ออกไปตีกอล์ฟทุกเช้า-เย็น ขอขอบคุณล่วงหน้า ที่ทนอ่านมาได้ตั้งเยอะคะ

#1 ตอนนี้คุณแม่คงเป็นทุกข์มากกับ

ตอนนี้คุณแม่คงเป็นทุกข์มากกับสิ่งที่เกิดขึ้น แต่ปัจจัยที่ส่งผลให้เด็กคนหนึ่งหันไปพึ่งพิงเกม ไม่จำเป็นต้องเกิดขึ้นจากครอบครัวเท่านั้น แต่ยังอาจมาจากสาเหตุอื่นๆได้อีก เช่น จากสังคม สิ่งแวดล้อม หรือแม้กระทั่งตัวของน้องเขาเองด้วย

เพราะฉะนั้นจึงไม่อยากให้คุณแม่โทษตัวเองเลยนะคะ

เรื่องที่เกิดขึ้น เป็นเรื่องที่ลูกชายของคุณแม่อาจมีบางสิ่งบางอย่างในใจที่ลึกลงไปมากกว่าที่มองเห็นแค่พฤติกรรมการพึ่งพิงเกมของเขาอยู่ เท่าที่อ่านมา ดูเหมือนว่าสายสัมพันธ์ระหว่างคุณแม่กับลูกชายเป็นสายสัมพันธ์ที่ดีต่อกันระดับหนึ่งแล้ว ซึ่งเป็นเรื่องที่ดีกว่าอีกหลายๆครอบครัวที่ความสัมพันธ์ระหว่างเด็กกับครอบครัวมีปัญหาหนักหนาจนต้องใช้เวลาอย่างมากในการเยียวยา คุณแม่อาจลองพูดคุยสอบถามกับเขาว่าเกิดอะไรขึ้น? เพราะอะไรถึงเลือกจะเล่นเกมมากกว่าการอ่านหนังสือ? ลองสอบถามให้เป็นเรื่องธรรมดา ปราศจากการตำหนิติเตียน หรือคาดคั้น ทำความเข้าใจและฟังสิ่งที่อยู่ภายใต้คำพูดของเขา บางทีภายใต้คำพูดธรรมดาๆ เขาอาจเก็บซ่อนความทุกข์ใจหลายๆอย่างอยู่ก็ได้ค่ะ และนั่นอาจเป็นสาเหตุหนึ่งที่เขาเลือกจะเล่นเกมมากกว่าสนใจอนาคต(หรือการสอบเข้า)ก็ได้

ถ้าการล็อคคอมหรือกำหนดกติกาใช้ไม่ได้ผลแล้ว อาจลองปรับด้วยการสื่อสารให้เขารู้ว่า "แม่รู้สึกเป็นห่วงที่ช่วงเวลานี้เป็นช่วงใกล้สอบแล้ว แม่อยากให้ลูกจัดตารางการอ่านหนังสือดู" เพื่อให้เขาได้เป็นฝ่ายจัดการตารางชีวิตของตนเอง ซึ่งอาจเพิ่มโอกาสให้เขาทำในสิ่งที่เขาเลือกเองก็ได้

หรืออาจพูดคุยให้เขาอ่านหนังสือหรือทำการบ้านทั้งหมดให้เสร็จกก่อนการเล่นเกม เป็นกติกาพื้นฐานเพื่อให้เขารับผิดชอบหน้าที่ของตนเองเรียบร้อยก่อนจะไปเล่นเกมได้ ส่วนนี้จะช่วยปรับให้เขารู้จักการอดทนและฝึกการมีวินัยให้เขาขึ้นใหม่ ซึ่งจะช่วยเรื่องการควบคุมตัวเองของเขาได้

หรือถ้าลองวิธีการปรับพฤติกรรมต่างๆ ทั้งที่แนะนำในนี้ และที่มีอยู่ในเว็บไซต์ www.HealthyGamer.net แล้วยังไม่ได้ผล ขอแนะนำให้คุณแม่ลองพาน้องมาพบจิตแพทย์...ทั้งนี้ไม่ได้หมายความว่าน้องป่วยไข้หรือเป็นโรคจิต หากแต่การได้พบผู้เชี่ยวชาญ อาจช่วยให้ทั้งคุณแม่และน้องเขาทราบว่าอะไรที่ซ่อนอยู่ภายใต้จิตใจของเขา จนทำให้เขาหันไปพึ่งพิงเกม หรือหมกมุ่นอยู่กับเกมจนเริ่มเสียหน้าที่การทำงานต่างๆที่เคยทำได้ดี

ทางทีมงานขอเป็นกำลังใจให้คุณแม่ฝ่าฟันวิกฤตินี้ไปให้ได้นะคะ เท่าที่อ่านมาเข้าใจว่ามันเป็นเรื่องยากและน่าเศร้าใจอย่างมากที่ต้องจัดการเรื่องราวเหล่านี้ ทั้งที่คุณแม่มีปัญหาในครอบครัวอีกมากมาย รวมถึงหน้าที่การงานที่ต้องจัดการ แต่เราก็เชื่อว่าคุณแม่จะผ่านมันไปได้ค่ะ

และถ้ามีปัญหาหรือต้องการพูดคุยเพิ่มเติม คุณแม่สามารถสอบถามเข้ามาได้ค่ะ
พวกเรา, ทีมงานพร้อมและยินดีรับฟังเสมอค่ะ

#2 มันเป็นเรื่องปกติต้องให้ลูกแบ

มันเป็นเรื่องปกติต้องให้ลูกแบ่งเวลาให้ถูก

#3 ให้กำลังใจคุณแม่

ให้กำลังใจคุณแม่ คิดว่าคุณแม่น่าผ่านวิกฤตินั้นมาได้แล้ว ความรักที่เรามีต่อลูกจะช่วยได้ค่ะ ถ้าท่านใดมาอ่านกรณีนี้คงเป็นกรณีศึกษาได้ดี อยากจะบอกว่าการใช้ความรุนแรงไม่ได้ผลในขณะที่ลูก"แรง" ถ้าเราแรง เหมือนน้ำเชี่ยวแล้วเอาเรือไปขวาง ความรักความอ่อนโยน และบางทีที่เคยใช้ก็คือการอ้อน แม่ลองอ้อนลูกดูไม๊คะ

#4 ต้องรู้จักให้ลูกแบ่งเวลาให้ถู

ต้องรู้จักให้ลูกแบ่งเวลาให้ถูกต้องคอยควบคุม

#5 ลองให้เขาหันมาเล่นกีฬาดูบ้างค

ลองให้เขาหันมาเล่นกีฬาดูบ้างครับ