"โรคติดเกม" หรือโรคนี้มีอยู่จริง?

เมื่อ 4 สัปดาห์ที่แล้ว

 

 

       เพียง เอ่ยคำว่า "เด็กติดเกม" ก็อาจทำให้ผู้ปกครองบางท่านนึกภาพการตามแก้ปัญหาเด็กขาดความรับผิดชอบ เอาแต่เล่นเกมจนลืมเวลาขึ้นมาได้ทันที อย่างไรก็ดี ได้มีนักวิจัยของสหรัฐอเมริกาท่านหนึ่ง ลงไปศึกษากับเด็กกว่า 1,200 คนว่า แท้จริงแล้ว อาการ "เสพติดเกม" นั้น เป็นอาการที่ผู้ปกครองจินตนาการเอาเอง หรือว่าเป็นอาการที่เกิดขึ้นจริง และมีผลต่อร่างกายของเด็ก



       



       นักวิจัยชาวสหรัฐอเมริกันผู้เปิดประเด็นศึกษาเรื่องการ "เสพติด" การเล่นเกมในเด็กคือ ผู้ช่วยศาสตราจารย์ดักลาส เจนไทล์ (Douglas Gentile) แห่งมหาวิทยาลัยไอโอวา ซึ่ง ทัศนคติแรกเริ่มของเขากับคำว่า "เด็กติดเกม" นั้น เป็นไปในทางลบ เนื่องจากเขาไม่เชื่อว่า การเล่นเกมจะทำให้เด็กเสพติดได้เช่นเดียวกับการติดสุรา หรือการเล่นการพนันในผู้ใหญ่ได้



       



       อีกทั้งเขามองว่า งานวิจัยในอดีตที่ศึกษาเกี่ยวกับความเป็นไปได้ที่เด็กเล็กจะพัฒนาความชื่น ชอบในการเล่นเกมไปสู่การเสพติดเกมนั้น เป็นการศึกษาในลักษณะที่สั้นจนเกินไป แต่งานวิจัยสรุปเรียกพฤติกรรมดังกล่าวนั้น ๆ ไปแล้วว่า "การเสพติด"



       



       นัก วิจัยท่านนี้จึงได้ทำการศึกษาจากเด็ก ๆ ในสหรัฐอเมริกาจำนวน 1,200 คน และพบว่า ในจำนวนนี้มีอยู่ 10 เปอร์เซ็นต์ หรือราว 120 คนที่มีสัญญาณของการเสพติดวิดีโอเกม (ใช้เกณฑ์เดียวกันกับเกณฑ์ที่ใช้ประเมินผู้เสพติดการพนัน) โดยเด็กที่มีอายุระหว่าง 8 - 18 ปี จำนวน 8.5 เปอร์เซ็นต์แสดงอาการบางอย่างที่มีลักษณะคล้ายกับผู้ที่มีปัญหาเสพติดการ พนันเลยทีเดียว พฤติกรรมดังกล่าวยกตัวอย่างเช่น



       




       - ไม่สนใจทบทวนบทเรียน หรือทำการบ้าน ต้องการเล่นเกมเพียงอย่างเดียวเท่านั้น



       - ต้องใช้ความพยายามอย่างมากในการเลิกเล่นเกม



       - ใช้เกมเป็นที่พักใจยามเกิดความรู้สึกหดหู่ เศร้าสร้อย



       - ต้องการเล่นเกมอย่างต่อเนื่อง เพราะต้องการความตื่นเต้นจากเกม



       




       เจนไทล์พบว่า เด็กที่มีปัญหาดังกล่าวใช้เวลาในการเล่นวิดีโอเกมมากกว่าเด็กที่ไม่มีปัญหา ถึง 2 เท่า หรือเฉลี่ยราว 25 ชั่วโมงต่อสัปดาห์ จึงไม่แปลกที่เด็กกลุ่มนี้มักจะได้คะแนนสอบต่ำกว่าคนอื่น ๆ และอาจได้ใบตักเตือนความประพฤติจากโรงเรียนบ่อยครั้ง



       



       "ตอน แรกผมสรุปเอาเองว่า พ่อแม่ที่เรียกอาการแบบนี้ว่า "เสพติด" เป็นเพราะเขาไม่เข้าใจถึงรูปแบบการใช้เวลาว่างเพื่อเล่นของเด็ก ๆ แต่จากการศึกษาวิจัยครั้งนี้จึงทำให้ผมได้ค้นพบว่า มีเด็กจำนวนไม่น้อยที่ประสบปัญหาเดียวกันนี้จากการเล่นวิดีโอเกม"



       



       อย่างไรก็ดี เจนไทล์กล่าวว่า การจะสรุปชี้ชัดลงไปนั้นจำเป็นต้องมีการศึกษาวิจัยอีกมาก เพื่อจะได้ทำความเข้าใจกับองค์ประกอบต่าง ๆ ของการเสพติดเกมให้มากกว่านี้



       



       "ยังมีเรื่องอีกมากที่เราไม่ทราบ เช่น เราไม่ทราบว่า กรณีนี้ใครจะเป็นผู้ที่มีความเสี่ยงสูงสุด หรือว่าอาการเหล่านี้แท้จริงแล้วเป็นส่วนหนึ่งของเด็กที่มีปัญหาด้าน พัฒนาการ"



       



       เรียบเรียงจากรอยเตอร์เฮลท์
 

 

Healthy Gamer